วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555

ยาสมุไพนเกร็กคู เชิญเยี่ยมชมเว็บใหม่เรา www.druggrakcu.com


ยาสมุนไพรจีนนานาประโยชน์ ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่า "เป็นยายอดกตัญญูต่อคนรับประทาน" ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหลอของร่างกายให้กับคืนมาเป็นแข็งแรง มีอย.ไทยและจีนรับรอง เหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพทั้งชายและหญิง
โทร.081-9140148,089-6998704 ปวดเอว ปวดเข่า บำบัด ยาบำรุงกำลัง  บำรุงเลือด  บำรุงตับ แก้โรคเบาหวาน และโรคไต เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แก้อาการมือชา เท้าชา เท้าบวม มือบวม สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
ท่านจะไม่มีความสึ่ยงเป็นโรคเบาหวาน หรือคนที่เป็นอยู่แล้ว ขอแนะนำให้รับประทานยานี้เป็นประจำท่านก็สามารถกลับมามีร่างกายที่แข็งแรง จากการศึกษาและปรุงยาของอาจารย์ ทศพร ตาทิพย์ ได้รับความนิยมมากที่สุด
เลขทะเบียนยาที่ G481/53
ลักษณะและสีของยา : เป็นผงยาสีน้ำตาล บรรจุในแคปซูล

สีเขียว
บรรจุ : อยู่ในแผงบริสเตอร์แพค แผงละ 6 แคปซูล
แคปซูล ละ 600 มิลลิกรัม (บรรจุผงยา 500 มิลลิกรัม)สรรพคุณ : บำรุงร่างกาย
INDICATION : TONICวิธีใช้ : รับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูล วันละ 1 ครั้งก่อนอาหารเย็น พร้อมน้ำอุ่น
DOSAGE : 1-2 Capsules once daily before meal
ส่วนผสม :
1. เนกกุ่ย : สรรพคุณ... เป็นยารสหวาน ฤทธิ์เผ็ดร้อน เสริมความร้อนให้กับร่างกาย แก้อาการท้องร่วง ปวดเอว ปวดเข่า ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
2. อี๋อี่ยิ่ง (เดือย) : สรรพคุณ... ราก : นำมาทำเป็นยาชงทานเพราะมีสารพวก coixol ซึ่งใช้ขับพยาธิในเด็ก.... เมล็ด : นำมาทำเป็นยาใช้บำบัดอาการหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ มีน้ำคั่งในปอด และถ้านำมาหมักจะได้แอลกอฮอล์ ซึ่งใช้ในโรคข้ออักเสบ แต่ถ้าคนที่ฟื้นไข้ใหม่ๆ ก็นำเมล็ดมาชงซึ่งเป็นอาหารที่มีคุณค่ามาก เป็นยาเย็น และขับปัสสาวะ
3. เกากี้จี้ : สรรพคุณ... ผง ราก ต้น ใบ และเปลือกรากเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงสายตา บำรุงเลือด ขับปัสสาวะ แก้ไอ แก้ไข้ แก้เหงือกบวม แก้โรคเบาหวาน และโรคไต ใบและผลนำมาทำเป็นอาหารได้
4. โถ่วชี้จี้ : สรรพคุณ... ลำต้น ใช้ลำต้นแห้งประมาณ 10-15 กรัม นำมาต้มน้ำกินเป็นยาแก้บิด อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระเป็นเลือด ตกเลือด ไอเป็นเลือด เลือดกำเดาไหล แก้โรคดีซ่าน และแก้พิษ หรือใช้ภายนอก โดยการนำเอาลำต้นมาตำให้ละเอียด คั้นเอาน้ำทา หรือพอกบริเวณที่เป็นฝ้า ผดผื่นคัน แผลเรื้อรัง และใช้ห้ามเลือด เป็นต้น.... เมล็ด ใช้เมล็ดที่แห้งประมาณ 10-15 กรัม นำมาต้มน้ำกิน หรือนำมาบดให้ละเอียดทำเป็นยาเม็ด หรือทำเป็นยาผง ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงตับไต แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ทำให้ตาสว่าง แก้กระหายน้ำ และแก้น้ำกามเคลื่อน เป็นต้น
5. ตั่วจ้อ : สรรพคุณ... น้ำต้มจากเปลือกต้มกินเป็นยาฝาดสมาน แก้ปวดท้อง แก้บิด แก้ท้องเสีย แก้ไอ แก้เหงือกอักเสบ... ผลแห้งช่วยการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหาร ช่วยย่อย บำรุงร่างกาย ฟอกเลือด เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ไอ ช่วยสงบประสาท และใช้ผสมกับสูตรยาอื่นๆเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้นานขึ้น


6. ซัวเอียะ : สรรพคุณ... เสริมสร้างร่างกาย ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องร่วง ลดเหงื่อ บำรุงไต และใช้ได้ผลมากกับอาการอันเกิดจากโรคเบาหวาน เช่น กระหายน้ำ ซูบผอม ปัสสาวะมาก รวมทั้งอาการเหงื่อออกมาก นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร

7. เห็ดหลินจือ : มีสารประกอบที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคกว่า 200 ชนิด ซึ่งจำเป็นมากต่อร่างกาย ซึ่งสามารถนำมาใช้รักษาโรคต่างๆได้อย่างกว้างขวาง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคภูมิแพ้ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย เป็นต้น

8. แปะตุ๊ก : บำรุงกระเพาะอาหาร เสริมสร้างร่างกาย และขับปัสสาวะ จึงใช้สำหรับบำบัดอาการอาหารไม่ย่อย บิดเรื้อรัง เบื่ออาหาร แขนขาไม่มีแรี่ยวแรง และบวมน้ำ เป็นต้น
9. อิมเอียงคัก : สรรพคุณ... รสหวาน เผ็ดร้อน ฤทธิ์อุ่น เป็นยาที่มีสรรพคุณฟื้นฟูไต ใช้แก้ปวดหลัง เป็นยาบำรุงร่างกาย
10. ตังถั่งเช่า : สรรพคุณ... บำรุงไต สร้างฮอร์โมน บำรุงหัวใจ ปอด หลอดลม กล่องเสียง เสริมอายุวัฒนะ

11. โหงวบี่จี้ : สรรพคุณ... บำรุงเลือด บำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย บำรุงไต แก้อาการปัสสาวะรดที่นอน เสริมกำลังให้แข็งแรง ใช้บำบัดอาการตายด้าน

รับตัวแทนจำหน่าย

สั่งปริมาณเยอะมีส่วนลดให้ ส่งฟรี  สนใจติดต่อ 081-914-0148 (AIS) , 089-699-8704 (DTAC)  
ท่านสั่งซื้อยาเกร็กคูอีกทางได้ที่  E-mail : druggrakcu@windowslive.com


ยาแคปซูลแท็กก้า(TAXKA CAPSULE)  สรรพคุณ: ใช้สำหรับผู้ป่วย ต่อมลูกหมากโต ต่อมลูกหมากอักเสบ ปัสสาวะกระปิดกระปอย
ต่อมลูกหมากเรื้อรัง  ปัญหาเกี่ยวกับระบบปัสสาวะ กลั้นปัสสาวะ การหลั่ง
ยาเกร็กซี(GRAKCY CAPSULE) สรรพคุณ: รักษาโรคเก๊าท์ รูมาติก รูมาตอยด์ ปวดข้อ ปวดกระดูก ปวดเมื่อยตามร่างกาย 
 ยาแพนทูร่า(PANTURA CAPSULE) สรรพคุณ: ใช้สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ยาลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด บำรุงไต บำรุงร่างกาย  บำรุงเลือด แก้กระหายน้ำ
สาหร่ายเกลียวทองเฮอร์บาเล่ (herbale) สรรพคุณ เป็นอาหารเสริมเหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ที่ทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ บำรุงร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดี

https://www.facebook.com/Dr.druggrakcunumberone

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ยาเกร็กคูเชิญชมเว็บไซต์ใหม่เราค่ะ http://www.druggrakcu.com

ยาเกร็กคูเชิญเยี่ยมชมเว็บใหม่เรา
http://www.druggrakcu.com





โทร 089-6998704 , 081-9140148  ด่วน ช่วงโปรโมชั่น ราคาสุดพิเศษ สอบถามราคาได้ค่ะ 
หรือสั่งซื้อยาเกร็กคูได้อีกทาง E-Mail:druggrakcu@windowslive.com

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554



เกร็กคู (GRAKCU CAPSULE)

***ด้วยความห่วงใยจากเรา เมื่อจัดส่งสินค้าที่ทำการไปรษณีย์เสร็จแล้ว เราจะส่งหมายเลขพัสดุให้ทางE-mail Addessของท่านในวันเดียวกันหรืออย่างช้าในวันรุ่งขึ้น เพื่อท่านจะได้ติดตามพัสดุทางอินเตอร์เน็ตได้ว่าพัสดุที่เราส่งไปนั้นจะถึงท่านเมื่อไหร่  ขอบคุณค่ะที่ให้ความไว้วางใจและใช้บริการเรา***

                ตรวจสอบสินค้า ไปรษณีย์ที่นี้ค่ะ 




G481/53
ลักษณะและสีของยา  : เป็นผงยาสีน้ำตาล บรรจุในแคปซูล
เกร็กคู (Grakcu)  อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระเป็นเลือด ตกเลือด ไอเป็นเลือด เลือดกำเดาไหล แก้โรคดีซ่าน และแก้พิษ แก้ปวด ท้อง แก้บิด แก้ท้องเสีย แก้เหงือกอักเสบ..ช่วยการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหาร ช่วยย่อย บำรุงร่างกาย ฟอกเลือด เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ไอ ช่วยสงบประสาท โรค ไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง  ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย บำรุงกระเพาะอาหาร  และขับปัสสาวะ จึงใช้สำหรับบำบัดอาการอาหารไม่ย่อย บิดเรื้อรัง เบื่ออาหาร แขนขาไม่มีแรี่ยวแรง และบวมน้ำ บำรุงไต สร้างฮอร์โมน บำรุงหัวใจ ปอด หลอดลม กล่องเสียง เสริมอายุวัฒนะ ฟื้นฟูไต ใช้แก้ปวดหลัง บำรุงเลือด บำรุงกำลัง  บำรุงไต แก้อาการปัสสาวะรดที่นอน เสริมกำลังให้แข็งแรง ใช้บำบัดอาการตายด้าน เป็นยาบำรุงร่างกาย  แนะนำให้รับประทานยานี้เป็นประจำท่านก็สามารถกลับมามีร่างกายที่แข็งแรง จากการศึกษาและปรุงยาของอาจารย์ ทศพร ตาทิพย์ มีอย.ไทยรับรอง เหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพทั้งชายและหญิง 
เลขทะเบียนยาที่   G 481/53
สีเขียว
บรรจุ : อยู่ในแผงบริสเตอร์แพค แผงละ 6 แคปซูล
แคปซูล ละ 600 มิลลิกรัม (บรรจุผงยา 500 มิลลิกรัม)สรรพคุณ : บำรุงร่างกาย
INDICATION : TONIC
วิธีใช้ : รับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูล วันละ 1 ครั้งก่อนอาหารเย็น พร้อมน้ำอุ่น
DOSAGE : 1-2 Capsules once daily before meal
ส่วนผสม :
1.  เนกกุ่ย : สรรพคุณ... เป็นยารสหวาน ฤทธิ์เผ็ดร้อน  เสริมความร้อนให้กับร่างกาย แก้อาการท้องร่วง ปวดเอว ปวดเข่า ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
2.       อี๋อี่ยิ่ง (เดือย) : สรรพคุณ... ราก : นำมาทำเป็นยาชงทานเพราะมีสารพวก coixol ซึ่งใช้ขับพยาธิในเด็ก.... เมล็ด : นำมาทำเป็นยาใช้บำบัดอาการหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ มีน้ำคั่งในปอด และถ้านำมาหมักจะได้แอลกอฮอล์ ซึ่งใช้ในโรคข้ออักเสบ แต่ถ้าคนที่ฟื้นไข้ใหม่ๆ ก็นำเมล็ดมาชงซึ่งเป็นอาหารที่มีคุณค่ามาก เป็นยาเย็น และขับปัสสาวะ
3.       เกากี้จี้ : สรรพคุณ... ผง ราก ต้น ใบ และเปลือกรากเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงสายตา บำรุงเลือด ขับปัสสาวะ แก้ไอ แก้ไข้ แก้เหงือกบวม แก้โรคเบาหวาน และโรคไต ใบและผลนำมาทำเป็นอาหารได้
4.  โถ่วชี้จี้ : สรรพคุณ... ลำต้น ใช้ลำต้นแห้งประมาณ 10-15 กรัม นำมาต้มน้ำกินเป็นยาแก้บิด อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระเป็นเลือด ตกเลือด ไอเป็นเลือด เลือดกำเดาไหล แก้โรคดีซ่าน และแก้พิษ หรือใช้ภายนอก โดยการนำเอาลำต้นมาตำให้ละเอียด คั้นเอาน้ำทา หรือพอกบริเวณที่เป็นฝ้า ผดผื่นคัน แผลเรื้อรัง และใช้ห้ามเลือด เป็นต้น.... เมล็ด ใช้เมล็ดที่แห้งประมาณ 10-15 กรัม นำมาต้มน้ำกิน หรือนำมาบดให้ละเอียดทำเป็นยาเม็ด หรือทำเป็นยาผง ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงตับไต แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ทำให้ตาสว่าง แก้กระหายน้ำ และแก้น้ำกามเคลื่อน เป็นต้น
5. ตั่วจ้อ : สรรพคุณ... น้ำต้มจากเปลือกต้มกินเป็นยาฝาดสมาน แก้ปวดท้อง แก้บิด แก้ท้องเสีย แก้ไอ แก้เหงือกอักเสบ... ผลแห้งช่วยการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหาร ช่วยย่อย บำรุงร่างกาย ฟอกเลือด เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ไอ ช่วยสงบประสาท และใช้ผสมกับสูตรยาอื่นๆเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้นานขึ้น

6. ซัวเอียะ : สรรพคุณ... เสริมสร้างร่างกาย ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องร่วง ลดเหงื่อ บำรุงไต และใช้ได้ผลมากกับอาการอันเกิดจากโรคเบาหวาน เช่น กระหายน้ำ ซูบผอม ปัสสาวะมาก รวมทั้งอาการเหงื่อออกมาก นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร

7.
เห็ดหลินจือ : มีสารประกอบที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคกว่า 200 ชนิด ซึ่งจำเป็นมากต่อร่างกาย ซึ่งสามารถนำมาใช้รักษาโรคต่างๆได้อย่างกว้างขวาง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคภูมิแพ้ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย เป็นต้น

8. แปะตุ๊ก : บำรุงกระเพาะอาหาร เสริมสร้างร่างกาย และขับปัสสาวะ จึงใช้สำหรับบำบัดอาการอาหารไม่ย่อย บิดเรื้อรัง เบื่ออาหาร แขนขาไม่มีแรี่ยวแรง และบวมน้ำ เป็นต้น
9. อิมเอียงคัก : สรรพคุณ... รสหวาน เผ็ดร้อน ฤทธิ์อุ่น เป็นยาที่มีสรรพคุณฟื้นฟูไต ใช้แก้ปวดหลัง เป็นยาบำรุงร่างกาย
10. ตังถั่งเช่า : สรรพคุณ... บำรุงไต สร้างฮอร์โมน บำรุงหัวใจ ปอด หลอดลม กล่องเสียง เสริมอายุวัฒนะ

11.
โหงวบี่จี้ : สรรพคุณ... บำรุงเลือด บำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย บำรุงไต แก้อาการปัสสาวะรดที่นอน เสริมกำลังให้แข็งแรง ใช้บำบัดอาการตายด้าน

ด่วน! ช่วงโปรโมชั่น  30 แคปซูล  5 แผงลด 20%
สั่งปริมาณเยอะมีส่วนลดให้ ส่งฟรี  สนใจติดต่อ   081-914-0148(AIS) , 089-699-8704(DTAC)  
รับตัวแทนจำหน่าย
http://www.druggrakcu.com



โรคเบาหวานคืออะไร


            อาหารที่รับประทานไปส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดเพื่อใช้เป็นพลังงาน เซลล์ในตับอ่อนชื่อ เบต้าเซลล์ เป็นตัวสร้างอินซูลิน อินซูลินเป็นตัวนำน้ำตาลกลูโคสเข้าเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย เพื่อเผาผลาญให้เป็นพลังงานในการดำเนินชีวิต

            โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งเกิดจากเซลล์ในตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้อย่างเพียงพอหรือร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้น้อยกว่าปกติ จึงไม่สามารถเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตรวมถึงโปรตีนและไขมันบางส่วนได้อย่างเหมาะสม ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดไม่ถูกนำไปใช้ จึงระดับสูงกว่าปกติ เกิดการคั่งในกระแสเลือดและอวัยวะต่างๆเมื่อน้ำตาลคั่งในกระแสเลือดมากๆ ก็จะถูกไตกรองออกมาเป็นปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะหวานหรือมีมดขึ้นได้ จึงเรียกว่า เบาหวาน ผู้ป่วยเหล่านี้มักจะมีอาการ ปัสสาวะบ่อยและมาก ร่างกายจึงต้องเผาผลาญพลังงานจากกล้ามเนื้อและไขมันแทน ทำให้ร่างกายผ่ายผอม ไม่มีไขมัน กล้ามเนื้อฝ่อลีบ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง
โรคแทรกซ้อนของเบาหวานมีอะไรบ้าง
-          ตา อาจเป็นต้อกระจกก่อนวัย ประสาทตาหรือจอตาเสื่อมและอาจทำให้ตาบอดในที่สุด
-          ระบบประสาท ผู้ป่วยอาจเป็นปลายประสาทอักเสบมีอาการขาหรือปวดแสบปวดร้อนตามปลายมือปลายเท้า ซึ่งมักจะทำให้มีแผลเกิดขึ้นที่เท้าได้ง่ายและอาจลุกลามจนเท้าเน่ากระเพาะปัสสาวะ กระเพาะอาการไม่ทำงาน มีอาการจุกเสียด อาการไม่ย่อย ท้องผูกท้องเดินหรือมีอาการท้องเดินตอนกลางคือผู้ป่วยชายมักมีภาวะหย่อน
สมรรถภาพทางเพศ
-          ไต มักเกิดภาวะไตวาย มีอาการบวม ซีด ความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบได้ค่อนข้างบ่อย
-          ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งและตีบ ทำให้เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตและโรคหลอดเลือดหัวใจตีบซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าหลอดเลือดแดงที่เท้าแข็งและตีบ เลือดไปเลี้ยงเท้าไม่พออาจทำให้เท้าเย็น เป็นตะคริวหรือปวดขณะเดินมากๆ หรืออาจทำให้เป็นแผลหายยากหรือนิ้วเท้าเป็นเนื้อตายเน่า
-          แผลที่เท้า เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยเนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานมักมีภาวะปลายประสาทอักเสบและภาวะขายเลือด ทำให้เท้าชาเกิดแผลได้ง่ายและหายยากหรือเป็นเนื้อตายเน่า บางครั้ง จำเป็นต้องตัดนิ้วเท้าหรือตัดเท้า ทำให้เกิดภาวะพิการได้
ทำไมผู้ป่วยเบาหวานมักเสียชีวิตจากโรคหัวใจ?
      ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เนื่องจากระดับน้ำตาลที่เพิ่มสูงนั้นจะทำให้ผนังหลอดเลือดแดงทั่วทั้งร่างกายเกิดความผิดปกติและเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับผู้ป่วยเบาหวานมักจะมีโรคอื่นๆร่วมด้วยเช่น

โรคไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน
การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้จะเร่งให้โครงสร้างและสภาพของหลอดเลือดเกิดความผิดปกติมากขึ้นและเร็วขึ้น หลอดเลือดหัวใจจึงเกิดการอักเสบ ทำให้คราบไขมันที่เกาะตามผนังหลอดเลือดมีการแตกออก และเกิดลิ่มเลือดมาอุดตันหลอดเลือดหัวใจอย่างเฉียบพลันส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดหัวใจตีบจึงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้ป่วยเบาหวาน
       การบำบัดโรคเบาหวานของการแพทย์จีนจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเท่านั้น แต่ยังเน้นความสำคัญในการบำบัดต้นเหตุและโรคแทรกซ้อนของเบาหวานไปพร้อมๆกันดังนี้
- ทำความสะอาดและทะลวงหลอดเลือด สลายลิ่มเลือดและไขมัน ทำให้หลอดเลือดโล่งสะอาดเพื่อป้องกันและบำบัดโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน เช่น  โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์อัมพาต เป็นต้น
- ปรับความสมดุลของร่างกายโดยเฉพาะความสมดุลของตับและตับอ่อน ทำให้ร่างกายสร้างโคเลสเตอรอสและอินซูลีนในปริมาณที่เหมาะสม เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะสมดุลก้อจะตอบสนองต่ออินซูลินได้อย่างเหมาะสม จึงควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- บำรุงไตเพื่อขจัดต้นเหตุของโรคเบาหวาน เนื่องจากไตอ่ออนแอทำให้เกิดโรคเบาหวานและโรคเบาหวานและโรคเบาหวานก็จะทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นจนเกิดภาวะไตวาย ซึ่งถือเป็นวัฎจักรที่เลวร้าย การบำรุงไตให้แข็งแรงขึ้นจึงมีบทบาทสำคัญในการบำบัดโรคเบาหวาน

สารพัดอาการและโรคแทรกซ้อนต่างๆ ที่เกิดจากโรคเบาหวานจึงค่อยๆทุเลาลง ระยะเวลาการรักษาอาจไม่เท่ากันในแต่ละคน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ ความรุนแรงของอาการและระยะเวลาที่เรื้อรัง
เนื่องจากตับ และไต เป็นอวัยวะสำคัญที่เกี่ยวพันกับระบบควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย(Sacral Erection Center)โดยมีหน้าที่ผลิตสารไนตริกอ็อกไซด์(Nitric Oxide) และวาโซแอกทีฟโพลีเพ็พไทด์(Vasoactive Polypeptide)เพื่อส่งตามต่อมไร้ท่อไปที่อัณฑะ ทำให้เกิดการปล่อยสาร Cyclic GMP เพื่อทำให้องคชาติแข็งตัว
Erectile Dysfunction/ปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศชาย
       การที่อวัยวะเพศชายจะแข็งตัวขึ้นได้นั้นต้องมีหลายระบบทำงานร่วมประสานกัน เริ่มจากการมีสิ่งเร้ามากระตุ้นให้เกิดความรู้สึกทางเพศก่อน แล้วสมองก็จะส่งสัญญานไปยังอวัยวะเพศชาย ในขณะเดียวกันหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศจะขยายตัวขึ้นเป็นสองเท่าทำให้เลือดไหลมาคั่งอยู่ภายในอวัยวะเพศและเลือดก้อถูกกักไว้โดยเนื้อเยื่อรอบๆเป็นผลให้มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ถ้ามีอะไรก็ตามที่มาขัดขวางขบวนการเหล่านี้ จะส่งผลให้เกิด ED (ปัญหาความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ) ได้ทั้งสิ้น

ตารางราคาสินค้า
 
-->

จำนวนกล่อง
ราคา/กล่อง
ราคารวมสุทธิ
1  กล่อง
ราคาทดลองใช้
ราคาทดลองใช้
5  กล่อง
500
ลด 20 %
50  กล่อง
ราคาส่ง
ราคาพิเศษ
100  กล่อง
ราคาส่ง
ราคาพิเศษ

-->
สนใจติดต่อ คุณนัน 081-9140148 , 089-6998704

- ตรวจสอบสินค้า ไปรษณีย์ที่นี้ค่ะ
http://track.thailandpost.co.th/trackinternet/Default.aspx





โรคหัวใจ/เมื่อไขมันในเลือดสูง

  • เมื่อไขมันในเลือดสูง ระดับของไขมันในเลือดจะสูงเมื่อบริโภคอาหารเกินความต้องการของร่างกาย เพราะอาหารทุกชนิดคือ แป้ง เนื้อสัตว์ หรือไขมัน เมื่อบริโภคเกินความต้องการ ร่างกายก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมไว้ทันที ตัวท่านเองนี่แหละ ที่จะมีส่วนทำให้ไขมันในเลือดลดลงได้ โดยที่จะต้องมีความตั้งใจ และมุ่งมั่นว่าต้องทำให้ได้ ถ้าท่านเป็นคนรับประทานจุ ก็ต้องรู้จักประมาณตนเอง อาหารที่รับประทานควรมีคุณค่าทางโภชนาการ อาหารที่ควรงดได้แก่ อาหารที่ไขมันมาก พวกเครื่องในต่างๆ ไข่แดง สัตว์ที่มีกระดอง พวกที่รสหวานจัด น้ำอัดลม ขนมหวาน ถ้าท่านมีงานสังสรรค์บ่อย รับประทานอาหารตามภัตตาคาร ซึ่งมักจะเป็นอาหารที่มีไขมันสูง ท่านต้องพยายามหลีกเลี่ยง
ไขมันในเลือดที่สำคัญ ได้แก่ โคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอร์ไรด์ และฟอสโฟไลปิด ซึ่งไขมันเหล่านี้มีหน้าที่แตกต่างกัน
  1. โคเลสเตอรอล ถึงแม้จะไม่สามารถให้พลังงานแก่ร่างกายได้ แต่ก็นำมาสร้างน้ำดี เพื่อใช้สำหรับย่อยไขมัน สร้างฮอร์โมนบางชนิด และเป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์
  2. ไตรกลีเซอร์ไรด์ เป็นไขมันที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย และเป็นรูปแบบไขมันที่ร่างกายเก็บสะสมไว้ เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานเมื่อจำเป็น
  3. ฟอสโฟไลปิด ส่วนมากจะเป็นเลซิธิน ซึ่งเป็นสารประกอบของผนังเซลล์ และช่วยในการทำให้ไขมันแตกออกกลายเป็นหยดเล็กๆ และถูกย่อยได้ง่ายขึ้น
ไขมันในเลือด
  1. อาหารสุขภาพจะต้องประกอบไปด้วยอาหาร 5 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผักผลไม้ และนม ไขมันเป็นอาหารที่ให้พลังงานมากที่สุดเมื่อเทียบกับน้ำหนักที่เท่ากัน ไขมันที่เรารับประทานมีอยุ่ 3 รูปแบบคือ โคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอร์ไรด์ และฟอสโฟไลปิด
  2. กรดไขมันเป็นการเรียงตัวของธาตุคาร์บ่อน โดยที่ปลายด้านหนึ่งเป็นเมธิลกรุ้ป อีกด้านหนึ่งเป็นคาร์บอกซิลกรุ้ป ความยาวของคาร์บอนอะตอมมีได้หลายตัว หากมีความยาวน้อยกว่า 6 เรียก "กรดไขมันสายสั้น" หากมีคาร์บอนอะตอมมากกว่า 12 เรียกว่า "กรดไขมันสายยาว" กรดไขมันเป็นอาหารของกล้ามเนื้อ หัวใจ อวัยวะภายในร่างกาย กรดไขมันส่วนที่เหลือใช้จะถูกสะสมในรูปไตรกลีเซอร์ไรด์ โดยใช้กรดไขมัน 3 ตัวรวมกับกลีเซอรอล ซึ่งจะสะสมเป็นไขมันในร่างกาย
  3. กรดไขมันอิ่มตัว หมายถึง กรดไขมันที่มีคาร์บอนอะตอมต่อกันด้วยพันธะเดี่ยวเท่านั้น การรับประทานอาหารไขมันชนิดอิ่มตัวจะทำให้ไขมันในเลือดสูง และเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดตีบ แหล่งอาหารของไขมันอิ่มตัวได้แก่ น้ำมันปาล์ม กะทิ เนย นม เนื้อแดง ช็อกโกแลต
  4. กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เป็นกรดไขมันที่มีคาร์บอนอะตอมต่อกันด้วยพันธะคู่เพียงหนึ่งตำแหน่ง การรับประทานอาหารไขมันประเภทนี้ทดแทนไขมันอิ่มตัวจะช่วยลดระดับแอลดีแอลโคเลสเตอรอล ซึ่งเป็นไขมันที่ไม่ดีก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดตีบ อาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ได้แก่ น้ำมันอาโวกาโด, น้ำมันถั่วลิสง, น้ำมันมะกอก, น้ำมันคาโนลา
  5. กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน หมายถึง กรดไขมันที่มีคาร์บอนอะตอมต่อกันด้วยพันธะคู่อยู่หลายตำแหน่ง หากรับประทานแทนไขมันอิ่มตัวจะไม่เพิ่มระดับไขมันในร่างกาย อาหารที่มีไขมันชนิดนี้คือ น้ำมันพืชทั้งหลาย เช่น น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง
  6. กรดไขมันจำเป็น เป็นกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับร่างกาย แต่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากอาหารที่เรารับประทาน
  7. กรดไขมันชนิดทรานส์ เป็นไขมันที่เตรียมจากการนำน้ำมันพืช เช่น น้ำมันข้าวโพด ไปทำให้ร้อน เพื่อทำให้น้ำมันมีอายุใช้งานได้นานขึ้น และทำให้น้ำมันข้นขึ้นจนเป็นของแข็ง การรับประทานน้ำมันชนิดนี้มากจะทำให้ไขมันแอลดีแอลโคเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด
  8. กรดไขมันชนิดโอเมกา-3 และกรดไขมันชนิดโอเมกา-6 เป็นกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับร่างกาย แต่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองต้องได้รับจากสารอาหาร กรดไขมันชนิดโอเมกา-3 จะมีพันธะคู่ที่ตำแหน่งคาร์บอนอะตอมที่ 3 นับจากกลุ่มเมธิล พบมากในอาหารจำพวกปลา และน้ำมันพืช เช่น ปลาแซลมอน, ปลาฮาลิบัด, ปลาซาร์ดีน, ปลาอัลบาคอร์, ปลาเทร้า, ปลาเฮอร์ริ่ง, น้ำมันลูกวอลนัท, น้ำมันเมล็ดปอ และน้ำมันคาโนลา กรดไขมันชนิดโอเมกา-6 เป็นกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับร่างกาย แต่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองต้องได้รับจากสารอาหาร มีพันธะคู่ที่ตำแหน่งคาร์บอนอะตอมที่ 6 นับจากกลุ่มเมธิล พบมากในอาหารจำพวกปลา และน้ำมันพืช เช่น น้ำมันข้าวโพด, น้ำมันดอกคำฝอย, น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันเมล็ดฝ้าย
การเลือกบริโภคไขมัน
  1. การเลือกบริโภคไขมันมีความสำคัญมาก เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเกิดโรคหัวใจจากหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ท่านควรเลือกบริโภคไขมันจากพืช ยกเว้นกะทิและน้ำมันปาล์ม ที่ท่านไม่ควรบริโภค หากท่านมีไขมันในเลือดสูง ท่านควรละเว้นการบริโภคไขมันจากสัตว์ แต่ยกเว้นไขมันจากปลา ที่ท่านสามารถบริโภคได้
  2. ไขมันที่ท่านควรเลือกบริโภคคือไขมันชนิดไม่อิ่มตัว เห็นได้จากไม่เป็นไขเวลาใส่ไว้ในตู้เย็น
  3. เลือกบริโภคอาหารที่ถูกต้อง โดยรับประทานผักใบเขียว ผลไม้สีแดง และสีส้มเป็นประจำ เช่น ผักตำลึง มะละกอสุก
  4. รับประทานไขมันอิ่มตัว พวกเนย เนยเทียม แต่น้อย
  5. ใช้ไขมันไม่อิ่มตัวปรุงอาหาร เช่น น้ำมันถั่วเหลือง
  6. รับประทานเมล็ดธัญญพืช เช่น ข้าวซ้อมมือ ถั่ว เป็นต้น
วิธีป้องกันโคเลสเตอรอลสูง
  1. กินโคเลสเตอรอลไม่เกินวันละ ๓๐๐ มิลลิกรัม ทำได้โดยลด หรือเลิกกินอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง โดยเฉพาะเครื่องในสัตว์ สมองหมู หนังสัตว์ เช่น หนังไก่ หนังเป็ด หนังหมู ไข่แดง (ไข่ขาวไม่มีโคเลสเตอรอล) ไข่ปลา ปลาหมึก หอยนางรม เป็นต้น
  2. เลือกกินเฉพาะเนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน นมพร่องไขมัน
  3. ใช้น้ำมันพืชปรุงอาหาร
  4. ไม่ควรกินอาหารทอดเป็นประจำ เช่น กล้วยแขก ปาท่องโก๋ ไก่ทอด
  5. หลีกเลี่ยงแกงกะทิทั้งหลาย
โภชนบัญญัติ 9 ประการ
  1. กินอาหารครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลาย และหมั่นดูแลน้ำหนักตัว รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  2. กินข้าวเป็นอาหารหลัก สลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ
  3. กินพืชผักให้มาก และกินผลไม้ให้เป็นประจำ
  4. กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ
  5. ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย
  6. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร
  7. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสหวานจัด และเค็มจัด
  8. กินอาหารที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อนจากเชื้อรา พยาธิ สารเคมีที่เป็นพิษ
  9. งด หรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และที่สำคัญคือ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การตรวจไขมันในเลือด
  1. โคเลสเตอรอล เป็นส่วนสำคัญของไขมันความหนาแน่นต่ำ โคเลสเตอรอลเป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง และได้รับจากสารอาหารที่รับประทานเข้าไป โคเลสเตอรอลเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดเส้นเลือดแข็งตัว และตีบตัน สารโคเลสเตอรอลนี้จะมีมากในไขมันสัตว์ ระดับปกติในโลหิตไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัมต่อ 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร และถ้าพบว่าสูงมากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อ 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ควรควบคุม และรักษา จากการศึกษาพบว่าถ้าลดระดับโคเลสเตอรอลลงได้ร้อยละ 1 จะทำให้โอกาสเกิดโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบลดลงถึงร้อยละ 2
  2. ไตรกลีเซอไรด์ ส่วนหนึ่งเกิดจากอาหารที่รับประทานเข้าไป และอีกส่วนหนึ่งเกิดจากการสังเคราะห์ในร่างกายในคนอ้วนระดับไตรกลีเซอไรด์มักจะสูงได้บ่อยๆ ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าไขมันตัวนี้เป็นต้นเหตุของโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ ถ้าพบว่ามีระดับสูงมาก หรือพบว่าสูงในคนที่มีโคเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว เชื่อว่าโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบเพิ่มขึ้นจึงควรรักษา
  3. เอชดีแอล เป็นไขมันที่มีความหนาแน่นสูง มีหน้าที่จับไขมันโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดออกไปทำลายที่ตับ ดังนั้นถ้าระดับเอชดีแอลสูง จะมีผลทำให้โอกาสเป็นโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ และโรคหลอดเลือดลดลง โดยเฉพาะถ้าระดับเอชดีแอลสูงเกิน 50 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร เอชดีแอลจะสูงจากการออกกำลังกาย และจากยาลดไขมันบางชนิด
  4. เมื่อท่านตรวจพบไขมันในเลือดสูง โดยระดับโคเลสเตอรอลสูงกว่า 200 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ หรืออุดตัน โรคนี้เป็นโรคที่เป็นกันมากขึ้น และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับหนึ่งในปัจจุบัน
อาหารที่เหมาะสมกับผู่ที่เป็นโรคไขมันในเลือดสูง
  1. นมพร่องมันเนย หรือนมขาดมันเนย
  2. เนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน โดยแยกเอาไขมัน และหนังออกให้หมด ถั่วเมล็ดแห้ง
  3. ข้าวที่ไม่ขัดสีมาก
  4. ผักสดต่างๆ รวมทั้งกระเทียม ข้าวโพด ไม่น้อยกว่าวันละ 2 มื้อ
  5. ผลไม้ไม่หวานจัด
  6. ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันมะกอก น้ำมันข้าวโพด น้ำมันรำ ประกอบอาหาร
  7. อาหารประเภทต้ม ต้มยำ แกงส้ม ยำ นึ่ง อบ ย่าง (ไม่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ)
  8. ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันที่สกัดเป็นแหล่งของกรดไขมันที่จำเป็น ซึ่งจะช่วยลดโคเลสเตอรอลได้
อาหารที่ไม่ควรบริโภค
  1. อาหารที่มีไขมันแฝงอยู่มาก ได้แก่ อาหารทอด เช่น ไก่ทอด ไข่เจียว กล้วยแขก แกงกะทิ หลนต่างๆ ไส้กรอก กุนเชียง
  2. เนื้อสัตว์ติดมัน หนังเป็ด หนังไก่ ไข่แดง แฮม เบคอน หมูยอ อาหารทะเลบางชนิด เช่น ปลาหมึก หอยนางรม
  3. ขนมหวานที่มีส่วนประกอบของน้ำตาล และกะทิหรือมะพร้าว เช่น กล้วยบวชชี ขนมหม้อแกง ข้าวเหนียวหน้าต่างๆ ข้าวโพดคลุกมะพร้าวน้ำตาล
  4. ขนมที่มีไขมันแฝงอยู่ เช่น ขนมขบเคี้ยว โดนัท เค้ก คุกกี้ ไอศกรีม
  5. ไขมันที่ได้จากสัตว์ เช่น เนย มันหมู มันวัว มันไก่ เพราะอาหารเหล่านี้มีกรดไขมันอิ่มตัวควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง
  6. อาหารที่มีไขมันสูงแฝงอยู่มาก เช่น อาหารทอด อาหารที่มีกะทิ
ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

สนใจติดต่อ   081-914-0148(AIS) , 089-699-8704(DTAC) 
สั่งยาเกร็กคูได้อีกทาง E-Mail:druggrakcu@windowslive.com (กรุณาฝากเบอร์โทรติดต่อกลับด้วยนะคะ)


ยาเกร็กซี(GRAKCY CAPSULE) สรรพคุณ: รักษาโรคเก๊าท์ รูมาติก รูมาตอยด์ ปวดข้อ ปวดกระดูก ปวดเมื่อยตามร่างกาย 
ยาแคปซูลแท็กก้า(TAXKA CAPSULE)  สรรพคุณ: ใช้สำหรับผู้ป่วย ต่อมลูกหมากโต ต่อมลูกหมากอักเสบ ปัสสาวะกระปิดกระปอย
ต่อมลูกหมากเรื้อรัง  ปัญหาเกี่ยวกับระบบปัสสาวะ กลั้นปัสสาวะ การหลั่ง
 ยาแพนทูร่า(PANTURA CAPSULE) สรรพคุณ: ใช้สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด บำรุงไต บำรุงร่างกาย  บำรุงเลือด แก้กระหายน้ำ
สาหร่ายเกลียวทองเฮอร์บาเล่ (herbale) สรรพคุณ เป็นอาหารเสริมเหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ที่ทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ บำรุงร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดี

https://www.facebook.com/Dr.druggrakcunumberone